ความดันในห้องเป็นลบ

ความดันในห้องเป็นลบ เพื่อป้องกันการปนเปื้อน

ห้องที่มีความดันภายในห้องเป็นลบจะต้องถูกออกแบบระบบปรับอากาศให้อากาศจากทางเดิน และห้องที่ติดกันไหลมายังห้องที่มีความดันเป็นลบ เพื่อที่เราจะได้มั่นใจได้ว่าอากาศซึ่งมีการปนเปื้อนนั้นไม่สามารถไหลออกไปจากห้องที่มีความดันเป็นลบนั้นๆ ได้

โดยปกติของอากาศจะไหลจากที่ๆ มีความดันสูงไปสู่ที่ๆ มีความดันต่ำ เมื่อความดันภายในห้องเป็นลบกระแสของอากาศจะไหลอย่างต่อเนื่องเข้าไปในห้องนั้นๆ ผ่านทางช่องว่างใต้ประตู หรือรูต่างๆ ซึ่งวิธีนี้เป็นการป้องกันเชื้อโรค หรือฝุ่นต่างๆที่เกิดขึ้นภายในห้องเล็ดลอดออกไปยังทางเดิน หรือห้องที่อยู่ติดกัน ตัวอย่างง่ายๆ ของห้องซึ่งมีความดันเป็นลบก็คือห้องน้ำที่มีการติดตั้งพัดลมระบายอากาศนั่นเอง เมื่อปิดประตู และเปิดพัดลมระบายอากาศ พัดลมระบายอากาศจะดูดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และความชื้นไม่ให้เข้าไปภายในตัวบ้าน หรืออาคารนั่นเอง

การสร้างระบบความดันเป็นลบนั้นเกิดจากการทำระบบหมุนเวียนอากาศให้เกิดความสมดุลย์ แต่เมื่ออากาศที่ถูกดูดออกมีปริมาณมากกว่าอากาศที่จ่ายเข้ามาภายในห้อง อากาศจากห้องข้างๆ หรือทางเดินจะถูกดูดเข้ามาแทนเพื่อชดเชยอากาศที่จ่ายเข้ามาน้อย การออกแบบที่ดีนั้นจะต้องยอมให้อากาศถูกดูดผ่านเข้ามาทางพื้นที่ใต้ประตูเท่านั้น (ซึ่งมีความสูงจากพื้นประมาณครึ่งนิ้ว) ส่วนอื่นๆของห้องจะต้องไม่มีรู หรือช่องอื่นๆ เช่น รอยแตกร้าวบริเวณรอบๆ หน้าต่าง ช่องว่างระหว่างโคมไฟส่องสว่างกับฝ้าเป็นต้น รอยร้าวหรือช่องว่างต่างๆ จะทำให้ห้องนั้นไม่เป็นความดันลบโดยสมบูรณ์

ความแตกต่างกันของความดันเพื่อที่จะรักษาสภาพห้องให้คงความดันเป็นลบได้นั้นจะเป็นผลมาจากอากาศที่ไหลเข้ามาภายในห้องซึ่งมันน้อยมากๆ การบรรลุระดับความดันเป็นลบที่แท้จริงขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างระบบระบายอากาศ ระบบจ่ายอากาศ และโครงสร้างของตัวห้อง รวมไปถึงเส้นทางการไหลของอากาศ ช่องเปิดต่างๆ ถ้าห้องนั้นถูกผนึกไว้สนิทแน่นดี ความดันเป็นลบที่ 0.001 นิ้วน้ำก็สามารถให้ห้องนั้นเป็นห้องความดันที่มีความดันเป็นลบได้โดยสมบูรณ์ แต่ถ้าห้องไม่ได้ถูกผนึกไว้เป็นอย่างดี หรือมีอุปกรณ์ต่างๆ มากมายภายในห้อง โดยเฉพาะเครื่องมือเก่าๆ การสร้างความดันลบที่มากกว่า 0.001 นิ้วน้ำนั้นจะเป็นเรื่องจำเป็น และการที่จะทำให้ได้ความดันลบมากกว่า 0.001 นิ้วน้ำขึ้นอยู่กับความสามารถของระบบหมุนเวียนอากาศ

การสร้างห้องซึ่งมีความดันเป็นลบนั้น การออกแบบระบบหมุนเวียนอากาศจะต้องออกแบบให้อากาศที่ระบายออกมากกว่าอากาศที่จ่ายเข้ามาภายในห้องที่ 10% หรือ 50 ลบ.ฟุต/นาที (แล้วแต่ว่าอย่างไหนมากกว่า) ในสถานการณ์ส่วนมากจะทำให้ได้ตามมาตรฐานที่ความดันเป็นลบ 0.001 นิ้วน้ำ ถ้าต่ำกว่า และไม่สามารถเพิ่มอัตราดูดของอากาศได้ (เนื่องจากข้อจำกัดของระบบหมุนเวียนอากาศ) ควรจะตรวจสอบรอยรั่ว รอยร้าวต่างๆ และแก้ไขที่จุดนั้นโดยการผนึกจุดที่มีปัญหา

ความดันเป็นลบภายในห้องสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องมาจากเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบหมุนเวียนอากาศ หรือโดยการเปิดหรือปิดประตูห้อง ประตูทางเดิน หรือหน้าต่าง เพราะฉะนั้นเมื่อระบบหมุนเวียนอากาศทำงาน มันจึงจำเป็นต้องปิดประตู หน้าต่างทุกบาน เพื่อสร้างความดันลบภายในห้องที่ต้องการ ยกเว้นการเข้า-ออกห้อง หรือบริเวณใกล้เคียง

การทดสอบรั่วโดยใช้ควัน (Smoke test)

การทดสอบรั่วโดยใช้ควันเป็นวิธีทดสอบแบบง่ายๆ สำหรับห้องที่มีความดันเป็นลบ ท่อปล่อยควันจะถูกติดตั้งไว้บริเวณใต้ประตูห้อง ห่างจากประตูออกไปนอกห้องประมาณ 2 นิ้ว ท่อจะติดตั้งในลักษณะขนานไปกับประตู แล้วควันจากปลายท่อจะไหลเข้าไปภายในห้องถ้าห้องนั้นมีความดันเป็นลบ แต่หากว่าห้องนั้นมีความดันเป็นบวกควันจะถูกดันออกมา

การทดสอบนี้จะต้องปิดประตู และหน้าต่าง ถ้าหากภายในห้องมีการติดตั้ง Fume Hoods หรือ Biosafety Cabinets อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านั้นจะต้องทำงานด้วย และถ้าหากห้องนั้นมีห้อง Air Lock อยู่ การทดสอบความดันที่แตกต่างกันนั้นจะต้องทำระหว่างทางเดินกับห้อง Air Lock และระหว่างห้อง Air Lock กับห้องที่มีความดันเป็นลบด้วย

ติดต่อ

การติดต่อกับเราเป็นเรื่องง่าย

รายละเอียดสำหรับติดต่อ
KEEP UPDATED!

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารของแคมฟิล